วิธีกระโดดเชือกด้วยการสปริงตัว

L11986180-3

ถึงแบ้ว่ากระแสเหล่านเราจะเห็นด้วยตามธรรมดาไม่ได้ก็ดี บุคคลที่มีนระแสดีเราก็อาจแลเห็นแปลกกับคนอื่น คนที่มีอนามัยดี คนที่ลมบูรณ์พูนลุข ย่อมมีอะไรอย่างหนึ่งซึ่งทำให้เราแลเห็นบุคคลนั้นมี— ความเด่นกว่าคนอื่น ซึ่งเราเริยกว่ามีลง่าราศี ถ้าบุคคลผู้ใดถึงแม้จะมีอนามัยดี แต่มีความทุกข์ร้อนอันใดอยู่ในใจ เราก็แลเห็นผู้นั้นมัวหมองหาลง่าราศีอันใดมิได้ ถึงแม้ผู้นั้นจะพยายามทำความร่าเริงลนุกลนานเพียงไรก็ดี2. แต่กระแสตามที่เราจะพึงสังเกตเห็นตาบรรรบดานั้นบางทีก็ทำให้เราเข้าใจผิดไปได้บ้าง เพราะมีกระแสบางอันที่แรงและข่มกระแลอื่น เช่นคนเวลาจะตาย ในบางครั้งอาจได้เห็นความผ่องใสหรือสง่าราศีผุดผาดขึ้นมาทันทีทันในเวลา— ที่จวนจะขาดใจ นั่นไม่ใช่กระแสของอนามัย เชือกกระโดด fbt  ศีอไม1ใช่กระแสของร่างกายธรรมดาเป็นกระแสของกายทิพย์ที่แบ่งตัวออกเมื่อ เวลาที่คนจะตายและกายทิพย์จะได้พาวิญญาณออกไปจากร่างกายอันจะทิ้งให้เน่าเปีอยอยู่ภายหลัง ข้าพเจ้าได้ยินพูดลันมามากถึงการที่คนจะตาย มีความผุดผาดผ่องใสขึ้นทันทีเมื่อเวลาจะลิ้นใจ เราเคยสงสัยลันว่าเปีนเพราะเหตุไร แต่ถ้าเราเห็นคำอธิบายในเรื่องกายทิพย์เบ่งตัวออกเช่นนี้แล้วก็ดูเหมือนจะตัดความสงสัยของเราไปได้3. เราเคยมีฃ้อสงสัยเรื่องรัศมีฃองพระพุทธเจ้าซึ่งเราสงสัยว่านายช่างประดิษฐ์ขึ้นเองเพื่อความงดงามนักปราชญ์บางท่านสันนิษฐานว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้มีอะไรแปลกกว่าภิกษุอื่น เชือกกระโดดลดน้ำหนัก  ยกตัวอย่างเช่น มืคนบางคนเข้าไปใน

หมู่สงฆ์แล้ว บอกไม่ได้ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน พฤติการณ์อันนี้เราจะลงความเห็นแน่นอนว่าพระพุทธเจ้าไม่มีรัศมี หรือว่ารัศมีเปีนของที่นายช่างประดิษฐ์ขึ้นอย่างเดียวหาได้ไม่กระแสที่มือยู่ในตัวผู้มืศักดสิทธิ้มีอำนาจเช่นนั้นอยู่เขาคงไม่ต้องการแสดงให้ปรากฏพรํ่าเพรื่อไป เรามีเรื่องอยู่มากมายที่ว่าพระพุทธเจ้าทรงเปล่งรัศมี ความข้อนี้น่าจะเปีนความจริงโดยแท้ในเรื่องรัศมีของพระปฐมเจดีย์ซึ่งแต่ก่อนนี้เข้าใจว่าเป็นของหลอกกันเล่น แต่ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ-เกล้าฯ ได้ทรงเห็นด้วยพระองค์เองพร้อมทั้งคนอื่นๆ อึกเป็นจำนวนมากมายแล้ว ก็ต้องเชื่อกันว่ารัศมีอันโขติข่วง  เชือกกระโดดราคาถูก ณ พระปฐมเจดีย์นั้นเป็นสิ่งที่พึงมีได้จริง และเมื่อพิจารณาถึงเรื่องกระแสที่กล่าวมาในบทนี้แล้วเราก็พอจะอริบายไต้ว่ารัศมีอันโชติช่วงเหล่านั้น คือกระแสของดวงวิญญาณ ที่สิงสถิตอยู่ในองค์พระปฐมเจดีย์ ข้าพเจ้าไม่กล่าวว่าดวงวิญญาณของพระพุทธเจ้า เพราะตามความคิดของเราเมื่อนิพพานแล้ว— ดวงวิญญาณก็ดับไป แต่พระปฐมเจดีย์เป็นปูชนิยสถานอันสำคัญ อาจมีดวงวิญญาณอื่นๆ เข้ามาพักพิงอาศัยหริอเยี่ยมกรายมาทำสักการบูชา นอกจากเป็นกระแสของวิญญาณโดยเฉพาะแล้วอาจจะเป็นกระแสของกายทิพย์ซึ่งพาดวง-วิญญาณออกไปจากร่างใหญ่ ๆ  เชือกกระโดดไร้สาย ไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ก็เป็นได้การที่เรามิได้เห็นเสมอ เราเห็นแต่นานๆ ครั้งหนึ่งนั้น ก็อริบายได้ว่าสุดแต่กระแสนั้นจะมากขึ้นในวันใด คือมีดวงวิญญาณมารวมกันมากมายในวันใด หรือเขาประสงค์ให้ปรากฏในวันใด รัศมีอันโชติช่วงของพระปฐมเจดีย์ก็มีขึ้นในวันนั้น 5. ในข้อกี่ว่ากระแส?)องเจตภูตหรือกายทิพย์มืลักษณะเป็นหมอกด้วยนั้น ในบัดนี้มืข้อพิสูจน์อันแน่นอนแล้ว คือมีผู้ที่ถ่ายรูปวิญญาณได้ (ดูรูปถ่ายที่นักปราชญ์ทางวิญญาณศาสตร์ถ่ายรูปวิญญาณในขณะกายทิพย์ครองอยู่ รูปถ่ายชนิดนี้มือยู่หลายรูปในหนังสือเรื่อง”ร” ของหลวงลารานุประพันธ์  กระโดดเชือกสูง ในรูปถ่ายเหล่านี้มืดวงหน้าของกายทิพย์ปรากฏในหมอกควันเสมอ6. ข้อกี่ว่ากระแส?เองปัญญามือยู่ที่ศีรษะจนกระทั่งถึงไหล่นั้น ก็มืมูลที่เห็นได้จากการเขียนรัศมีของผู้ที่มืปัญญาเช่นของผู้ตั้งศาลนา ผู้เขียนย่อมจะทำรัศมีไว้ตรงศีรษะเสมอ ผู้แรกเริ่มทำดังนี้คงจะได้เค้าหรือแลเห็นมาจากความจริงก่อน7. ในเรื่องกระแส?)องปราณนั้นก็มืผู้ใช้ทำประโยชน์ได้แต่โบราณกาลมาจนถึงสมัยนี้การถ่ายกระแสของปราณจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งนั้นได้มากหลายเป็นลัทธิเวทมนตร์หรือเสกเป่าในบัดนี้ แต่หากเป็นโอกาสให้มนุษย์ทุจริตทำการหลอกลวงกันนั้นจนกลายเป็นของเลวทรามไปเท่านั้นกระแสตัวคน ที่พุ่งออกไปจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เหมือนอย่างแสงของดวงอาทิตย์ ความร้อนในเตาไฟและกลิ่นดอกไม้ ฯลฯ ในเรื่องนี้เราควรจำไว้อย่างหนึ่งว่ากระแสทีออกใบจากส่วนตำ

ฃอปมนุษย์ทีปแม้มนุษย์จะใบได้อยู่ในที่นั้นหรือตายใบแล้วก็ดีกระแสที่ออกใบจะหมดใบทันทีก็หาใบ กระแสเหส่านั้นยัปมีอยู่อีกนาน แสะค่อยๆ หมดใปทีสะน้อยเหมือนอย่างดาราศาสตร์เขาสอนว่า ถึงแม้ดวงดาวจะตับไปแล้วแต่แสงของดวงดาวยังอาจมือยู่ได้อีกหลายร้อยปี และแสงดาวที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้บางอันอาจเป็นแลงของดวงดาวที่ตับไปตั้งหลายร้อยปีแล้ว ก็เป็นไป เตาไฟที่ไฟตับแล้ว ยังมืความร้อนอบอุ่นอยู่ได้นาน หรือของหอมที่ส่งกลิ่นอบห้องอยู่ย่อมทำให้ห้องมืกลิ่นหอมอยู่ได้ ถึงแม้เราจะเอาของนั้นเคลื่อนไปไว้ห้องอื่นเสียนานๆ แล้วฉันใด กระแสในตัวคนหรือกล่าวโดยเฉพาะกระแสของดวงจิต ก็เป็นฉันนั้นถึงแม้ดวงจิตที่ส่งกระแสนั้นไว้จะไปทางไหนเสียนานๆ แล้วก็ดี กระแสอันนั้นก็อฟาจยังอยู่ได้อีกหลายๆปีและโดยเหตุนี้ ถึงแม้คนเราจะตายไปแล้วนานๆ สถานที่ๆ เขาเคยอยู่ก็ยังมือะไรที่ทำให้เกิดความรู้สึกถึงอำนาจดวงจิตของเขาอยู่ได้

เชือกกระโดด

Advertisements

การกระโดดเชือกเพื่อเผาผลาญไขมันในเวลา 20 นาที ตอนที่ 2

ชระพินผ aนักการตลาดขายตรงตระหนักดีว่า การประเมินผลคือกุญแจที่ไฃไปสู่ความสำเร็จ ต้องคิดให้ออกว่าอะไรที่ได้ผล แล้วทำมันอีก!บ่อยครั้งที่นักการตลาดมวลชนต่อต้านการประเมินผล ตอนที่บริษัทเก่าของผมเข้าไปหาหัวหน้าสำนักพิมพ์นิตยสารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เชือกกระโดดราคาถูก และบอกถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยให้นักโฆษณาสามารถสะกดรอยได้ว่า ใครบ้างที่ดูโฆษณาของพวกเขา และตอบสนองต่อพวกเขาหัวหน้าสำนักพิมพ์ผู้นั้นตกใจกลัว เขาตระหนักดีว่าข้อมูลแบบนี้สามารถฆ่าธุรกิจของเขาได้ เขารู้ดีว่าลูกค้าของเขาไม่อยากได้ข้อมูลนั้น เพราะมันจะทำให้งานของพวกเขายุ่งยากซับซ้อนขึ้นอีกเยอะการประเมินผล หมายถึงการยอมรับว่าอะไรชำรุดเสียหาย เพื่อที่คุณจะได้ซ่อมมัน การโฆษณาผ่านสื่อไม่ว่าจะทางทีวืหรือสิ่งพิมพ์ ล้วนเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและความมิศิลปะ ไม่ใช่การแก้ไขข้อผิดพลาดเหตุผลข้อหนึ่งที่โฆษณาทางอินเตอร์เน็ตจืดเร็วก็คือ มันบังคับนักโฆษณาให้ประเมินผล…และให้ยอมรับว่าอะไรที่กำลังผิดพลาดแต่ผู้สร้างวัวสีม่วงก็ต้องประเมินผลด้วยเหมือนกัน ทุกๆ สินค้าทุกๆ ปฏิสัมพันธ์’ที,มิต่อกัน และทุกๆ นโยบายอาจจะได้ผล  กระโดดเชือกสูง (สามารถชักชวนกลุ่มคนจามและกระจายคำพูดออกไปได้) หรืออาจจะไม่ไต้ผลก็ได้ บริษัทที่ทำการประเมินผลจะรีบทำข้อเสนอของตนให้ดีที่สุด และทำให้มันมิค่าควรแก่การแพร่กระจายมากขึ้นเมื่อการจับคลื่นเครือข่ายผู้บริโภคอย่างไม่เป็นทางการกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ผู้ชนะก็จะเป็นบริษัทต่างๆ ที่รู้ว่าอะไรทำงานได้ผลเร็วที่สุด…แล้วก็ทำมันมากขึ้นไปอึก (และรู้ว่าอะไรทำงานไม่ได้ผล…แล้วก็ฆ่ามันชะ)ซารา ร้านค้าปลีกที่โตเร็วมากในยุโรปจะเปลี่ยนแนวเสื้อผ้าทุกๆ สามหรือลี่สัปดาห์ ด้วยการจับตาดูอย่างรอบคอบว่าอะไรได้ผลและอะไรไม่ได้ผล ทำให้พวกเขาสามารถปรับปรุงสินค้าได้เร็วกว่าคู่แข่งมาก® คุณสามารถประเมินผลอะไรได้บ้าง ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการประเมินผล คุณสามารถเห็นผลลัพฮ์ไต้เร็วแค,ไหน ถ้าคุณสู้ราคาไหว คุณควรลองทำดู  เชือกกระโดดนักมวย ‘ถ้าคุณประเมินผลมัน มันจะดีขึ้น’ ทรณีศีทษา ะ โลจิใทคโลจิเทคกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาได้ยังไงเมาส์ แทร็คบอล (ลูกบอลที่ใช้แทนเมาส์) และอุปกรณ์ป้อนข้อมูลของพวกเขา ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีที่สุดของเทคโนโลยีชั้นนำที่ออกมาจากซิลิ-คอน แวเลย์ อย่างแน่นอน และการขาดเทคโนโลยีที่ดีเลิศนี่แหละ คือกุญแจสำคัญที่ไฃไปสู่ความสำเร็จของพวกเขาโลจิเทคประสบความสำเร็จ เพราะฝ่ายบริหารเช้าใจดีว่าพวกเขาอยู่ในธุรกิจแฟชั่น ไส้ในอุปกรณ์ของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงบ่อยนัก… แต่การทำงานและสไตล์เปลี่ยนอยู่เสมอ ฝ่ายบริหารจึงไม่ง่วนอยู่กับการพยายามคิดหาวิธีเปลี่ยนซิปใหม่ให้ดีขึ้น แต่พวกเขากลับวุ่นวายอยู่กับการสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดีขึ้นสำหรับผู้ที่’ใช้บ่อย ๆ ผลกระทบของอุปกรณ์ป้อนข้อมูลที่ดีกว่าและใช้ง่ายกว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก…มากเสียจนผู้ใช้หลายคนยินดีที่จะโน้มน้าวเพื่อนฝูงของพวกเขา ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มคนจามของวัวสิม่วงมากขึ้นไปอีก  เชือกกระโดดนับรอบ โลจิเทคไม่กระหายอยากได้การโฆษณามากไปกว่าเดิม พวกเขากระหายอยากได้สินค้าที่โดดเด่น นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าของพวกเขาต้องการซื้อใครชนะในใลทของวัวค่อนข้างเห็นได้ชัดว่าใครคือผู้แพ้รายใหญ่…สินค้ายี่ห้อยักษ์ใหญ่ที่มีโรงงานใหญ่และตั้งเปัาหมายทุกไตรมาส กับองค์กรที่ทำงานเฉื่อยและมีความกล้าที่จะเสี่ยงตํ่ามาก เมื่อบริษัทเหล่านี้ติดใจวงจรของระบบทืวี-ธุรกิจที่เกี่ยวพันกันจนแยกไม่ออกแล้ว พวกเขาก็จะสร้างการปกครองที่มีลำดับขั้น และระบบที่ทำให้มันยากมากที่จะโดดเด่น

เชือกกระโดด

เสริมความหล่อด้วยบาร์โหนติดประตู และ เทคนิคลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน

eyJpIjoyMjMxLCJwIjoiXC8uXC9zdG9yYWdlXC9pbWFnZVwvMVwvMjIzMVwvaW1hZ2UzXzIyMzFfNjkwMzg1MzMwLmpwZyIsInciOjQzMywiaCI6MCwiYyI6Im5vIiwicyI6Im5vIn0=

 

“เปล่าครับ” แต่ พล.ต.อ.เผ่าก็ไม่ได้เสนอชื่อใคร ได้แต่นั่งเงียบข่าวการประกาศลาออกของ พล.ต.อ.เผ่า คือข่าวพาดหัวใหญ่ในวันรุ่งขึ้น แถมท้ายด้วยการสัมภาษณ์จอมพลสฤษดึ๋ถงวิถีทางการเมือง“ท่านผู้บัญชาการคิดจะเล่นการเมืองถึงขั้นเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่?”คำตอบ “ตราบใดที่ท่าน จอมพล ป. ยังอยู่ ผมก็จะอยู่กับท่านและขอยอมให้ท่านเป็นนายของผมคนเดียวในชีวิต เรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่าพูด เดี๋ยวเหาจะขึ้นหัวผม” พูดยิ้มๆ ก่อนจะให้รถเคลื่อนออกไปการประชุมพรรคเสรีมนังคศิลาได้มีฃึ้นอีกห่างจากวันนั้นเพียงสองวัน เป็นการประชุมที่จะกำหนดตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผลการประชุมตกลงกันที่จะให้พระประจนปัจจานึกรับเป็นประธาน ล่วนรองประธานอีกสองคน ได้แก่ ร.ท.จงกล ไกรฤกษ์ กับนายน้อม อุปรมัย จากนั้นได้นำเอารายชื่อ ส.ส. ประเภทสองตามจำนวนโควต้ามาให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ  ขายบาร์โหนติดประตู ทรงแต่งตั้งทีนี้มาถึงประเด็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมได้เสนอให้จอมพล ป. ทำหน้าที่นี้ต่อไปอีก แต่จอมพล ป. ก็บ่ายเบี่ยงว่าจะรับข้อเสนอไว้พิจารณา การดำเนินงานที่เป็นเสมือนจัดตั้งกำลังฝ่ายรัฐบาลไว้เส!จสิ้นแล้ว น่าที่จะดำเนินต่อไปได้โดยสะดวก สำนักนายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศ“คณะรัฐมนตรีได้รับรายงานจากผู้บัญชาการฝ่ายทหารว่า สถาน-การณ์อันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศชาติได้บรรเทาลงเป็นอันมากจนกลับเข้าล่ภาวะเป็นระเบียบเรียบร้อยสงบสันติขึ้นเป็นลำดับ  บาร์โหนคู่ จึงมีมติให้ยกเลิกประกาศแต่งตั้งผู้บัญชาการฝ่ายทหาร”ซึ่งหมายความถึงการสันสุดของการประกาศภาวะฉุกเฉินนั่นเองจอมพลสฤษดถือโอกาสออกประกาศขอบคุณทหารและตำรวจรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในอันที่จะ ทำให้เกิดความปกติสุขขึ้น แถมยังมีการเชิญบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มาชี้แจงด้วยโดยเท้าความถึงการตั้งกองบัญชาการทหารว่า ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเพราะการเลือกตั้งไม่เกี่ยวกับทหาร รัฐบาลสืบทราบว่าจะมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น หมายความว่า มีผู้ก่อการร้ายจริงจึงเอาทหารมาสกัดกั้นเพราะตำรวจไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มาก“ใครจะมองผมหรือว่าผมอย่างไรก็ตาม ผมเคยพูดมาก่อนแล้วว่ายอมเป็นนักการเมืองที่เลวแต่ขอเป็นนักการทหารที่ดี”“ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีข่าวว่าท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรี จริงไหม” คำถามจากนักข่าวมีเสียงหัวเราะก่อนที่จอมพลสฤษดึ๋จะตอบว่า “ข่าวลือกัน ผมบอกได้ว่าตราบใดที่ จอมพล ป. ท่านอยู่ ผมก็ต้องเคารพท่านสูงสุด ไม่สามารถลบรอยเท้าท่านได้ ผมเคยพูดไว้ก่อนแล้วว่า ในชีวิตนี้ผมฃอมีนายคนเดียวเท่านั้นคือ จอมพล ป.”มีคนสงสัยย้อนถามไปถึงการเดินขบวนซึ่งเป็นเวลาที่มีการประกาศภาวะ1ฉุกเฉินแล้ว แล้วท่านก็ไปร่วมด้วย จะถือว่าท่าให้กฎหมายขาดความศักดิ้สิทธิ้หรือเปล่า“คุณจะให้ผมท่ายังไง ถ้าจะทำให้เด็ดขาดก็ต้องยิงกันเท่านั้น พูดกันไม่เชื่อก็ต้องใช้อาวุธ ผมสังเกตเห็นมีพวกลูกคนจีนจำนวนมากที่ร่วมอยู่ในกลุ่มนั้น  โหนบาร์เพิ่มความสูง พลตริประภาสยังถูกซกในช่วงชุลมุน พอคนซกหันมาเห็นว่าเป็นใครเขาก็หัวเราะแหะๆ บอกว่าขอโทษ ผมยังถามคุณประภาสว่าไม่กสัวหรือ คุณประภาสเขาบอกว่าเขาเป็นนักมวยเก่า…”

พูดจบก็ยิ้มให้พลตรีประภาส จารุเสถียร (ยศในขณะนั้น) ซึ่งนั่งท่าหน้าขรึมๆ นักข่าวหัวเราะกันตรืม“ผมมีอำนาจจะยิงก็ได้ แต่คุณต้องดูประวัติศาสตร์เช่นที่ฝรั่งเศสยิงแล้วได้อะไรขึ้นมา” บาร์โหนติดผนังราคา  เว้นระยะนิดหนึ่งก่อนกล่าวต่อ “การทำลายและท่าร้ายประชาชนผมไม่ท่า เดินขบวนก็ให้เดินไป เดินไปให้ถึงที่สุด ขออย่างเดียวอย่าทำลายทรัพย์สินของประชาชนก็แล้วกัน ผมน่ะกลัวแต่ว่าทหารชั้นพลทหารจะอดกลั้นไม่ไหว แต่ผมต้องขอชมเชยว่า มีความอดทนดีเยี่ยม หรือจะให้ผมลังเอาตำรวจม้าออกไปน่ะเรอะ ผมไม่ทำหรอก” เหล็ก การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ คนที่รับเด้วยความไม,ชอบใจเพราะมองเป็นหมากการเมืองของจอมพลสฤษดิ้หาคะแนนเสียงให้กับตัวเอง จอมพลป. เองก็รับฟังด้วยเหมือนกันต่อคำให้สัมภาษณ์ที่จอมพลสฤษดื้ได้พูดถึงอย่างยกย่อง ดูเหมือน1ใด้มืการหารือกันกับคนสนิทถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารว่าเป็นสิงที่ถางทางให้จอมพลสฤษดึ๋ได้เสริมสร้างบารมีแต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทุกอย่างก็ล่วงเลยมาแล้วและเมื่อมีการพูดกันขึ้นมาย่อมจะดีกว่า เพราะคำพูดไม่ว่าจะออกมาในลักษณะไหนย่อมจะลามารถรู้ถึงคนที่พูดได้ไม่มากก็น้อย

 

บาร์โหน

วิถีของอิสลาม และ การเข้าถึงพระอัลเลาะห์ Part / 2

 

 

58 - 1

 

“โอ้พระผู้อภิบาล พระองค์คือพยานของข้าพระองค์ว่าข้าพระองค์มิได้แสวงหาตำแหน่งคอลีฟะฮ์เพื่อที่จะปกครองหรือเพิ่มพูนทรัพย์สิน เป้าหมายของข้าพระองค์คือการคํ้าจุนบทบัญญัติของศาสนาและนำระเบียบมาส่กิจการของมุสลิม ดังนั้น ผู้ถูกกดขี่จะได้รับการผ่อนคลาย บทบัญญ้ติและคำสิ่งของพระเจ้า ซึ่งขณะนี้ถูกลืมเลือน จะได้ถูกทำให้สำเร็จขึ้นมาใหม่ “ถ้าตัวละครที่มีความสูงส่งซึ่งได้รับการยกเว้น เป็นผู้ที่ปราศจากบาปและได้รับการประดับประดาด้วยความรู้เฉพาะ ปรากฏอยู่ในสังคมอิสลามและยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับการแต่งตั้งจากท่านคาสนทูตแห่งพระเจ้าในฐานะผู้รับมรดกและผู้สืบทอดของท่านไม่มีความจำเป็นและความเหมาะสมอย่างสิ้นเชิ งที่คณะกรรมการจะถูกตั้งขึ้นเพื่อเลือกผู้ปกครองและผู้นำ ในสมัยของท่านศาสดาไม่มีใครจินตนาการว่าภารกิจของท่านเป็นเพียงการถ่ายทอดสารของพระเจ้า  บาร์โหนเหล็กติดผนัง และตราบเท่าที่ประเด็นเรื่องการปกครองได้รับความสนใจคณะกรรมการควรจะมีการประชุมเพื่อเลือกท่านศาสดาหรือปัจเจกบุคคลขึ้นมาเป็นผู้นำบนพื้นฐานของมติมหาซน การมีบุคคลที่สามารถติดต่อสื่อสารกับกฎของสิ่งมีชีวิตและโลกแห่งการวิวรณ์ปรากฏอยู่ ปัญหาการอภิปรายถกเถียงว่าใครสมควรจะเป็นผู้ปกครองไม่สมควรแม้แต่จะเกิดขึ้นหลังจากท่านศาสดาแล้วสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง การมีผู้รับมรดกซึ่งมีความตระหนักในคำสิ่งสอนของพระเจ้าดีกว่าผู้อื่นทั้งหมดและอยู่เหนือการไปถึงของความผิดพลาดและความบาปอย่างชัดแจ้ง แล้วเพราะเหตุใดจะมีใครที่เสาะแสวงหาอย่างหนักเพื่อมาแทนผู้ที่นำคัมภีร์อัลกุรอานมาอีกเล่าในท้ายที่สุดแล้วการปกครองคือส่วนหนึ่งของตำแหน่งอิมาม การปรากฏอยู่ของอิมามผู้บริสุทธิ้หมายความว่าไม่มีใครเหมาะสมที่จะปกครอง ในวิถีทางเดียวกับเมื่อท่านศาสดายังมีชีวิตอยู่ไม่ใครเลยที่จะได้สิทธิ้ในการเข้ารับผิดชอบการปกครองบรรดามุสลิมและบริหารกิจการของท่านอิบนิอบิลหะดีดนักวิชาการซุนนีที่มีชื่อเสียงบันทึกไว้ว่า “เราตระหนักถึงความไม่แตกต่างกันระหว่างท่านศาสดากับอะลี นอกจากตำแหน่งศาสดาและการรับวิวรณ์ซึ่งฝ่ายแรกได้รับ คุณสมบัติที่สูงส่งและคุณลักษณะน่ายกย่องอื่นๆ ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาของทั้งสองคนนี้”เชคสุลัยมาน  บาร์โหนติดประตูราคาถูก อัลฮานาทึเนักวิชาการซุนนีอีกคนหนึ่งรายงานว่าอับดุลลอฮ์ บุตรอุมัร อัลค็อฏฏ็อบได้กล่าวว่า ” เมื่อใดที่เรากล่าวถึงสาวกของท่านศาสนทูต เราจะกล่าวว่า อบูบักรคือผู้ที่อยู่หัวแถวสุด ตามด้วยอุมัรและอุศมาน บางคนจึงถามอับดุลลอฮ์ว่า “อะไรคือสถานภาพของอะลี” เขาตอบว่า

“อะลีไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับบรรดาสาวกในความเป็นจริงเขามิได้นับอะลีเป็นสาวกของท่านศาสดา เนื่องจากอยู่ในครอบครัวของท่านศาลดาเป็นน้องชายและตำแหน่งเท่ากัน”

ถึงแม้ว่าตรรกะที่คาดคะเนเอาของบรรดาสาวกท่านศาสดาได้รับการยอมรับ ข้ออ้างชองอะลีก็ยังแข็งแกร่งที่สุด ท่านลํ้าหน้าผู้อื่นในการยอมรับอิสลาม ยอมรับอิสลามในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยที่สุด ในเวลาที่ไม่มีญาติคนใดของท่านศาสดาเตรียมที่จะศรัทธาในตัวท่าน เช่นเดียกันความสัมพันธ์และความเป็นญาติใกล้ชิดกับท่านศาสดาเป็นที่ยืนยันมากกว่าสิ่งใด ท่านเติบโตภายในบ้านของท่านศาสดา ท่ามกลางการเอาใจใส่ของท่าน ภายในห้วงลึกแห่งชีวิตของทั้งสองท่านผสมผสานด้วยสัจธรรมแห่งอิสลาม ท่านคือลูกเขยและญาติของท่านศาสดา และเข้าร่วมต่อล้ในสงครามที่ยากลำบากกับสัตรูของอิสลามเสมอ ตังนั้นใครหรือที่จะเหมาะสมในการเป็นผู้น่าของมุสลิมมากว่าท่าน นอกจากทั้งหมดนี้แล้ว สถานภาพของผู้น่าก็ยังถูกมอบให้บางคนอีกเมื่อเราตรวจสอบประว้เติศาสตร์ รากเหง้าพฤติกรรมของบรรดาสาวกเราจะพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างกุเรซกับบนีฮาชิมนั้นมิได้เป็นมิตรกันอย่างที่ควรจะเป็นเลย การขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นที่ชัดเจน แม้  ระหว่างช่วงชีวิตของท่านศาสนทูตแห่งพระเจ้าผู้สูงส่ง บางครั้งสมาชิกซาวกุเรซบางคน  เพิ่มความสูง ได้ตำหนิและพยายามแสวงหาความผิดพลาดกับบนีฮาชิมนำความเศร้าเสียใจมาให้ท่านศาสดา โดยที่กุเรซไม่สามารถอดทนที่ตำแหน่งคอลีฟะฮ์จะไปสู่บนีฮาชิมได้พวกเขาจึงตัดสินใจไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น อัลยะอฮ์กูบี เขียนไว้ในหนังสือประว้ติศาสตร์ของเขาว่า “อุมัรบอกกับอบนิอับบาส1ว่า

“ฉันขอสาบานกับพระเจ้า1ว่าอะลีบุตร อบีฏอลิบ ญาติของท่านมีความเหมาะสมที่จะได้รับตำแห่งคอลีฟะฮ์มากกว่าผู้ใดทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามพวกกุเรชไม่อาจอดทนมองดูเขาในตำแหน่งดังกล่าวได้” เรื่องนี้ยังได้มีบันทึกอยู่ในประวิติสาสตร์ของอิบนิอัลอะซีร ท่านศาสนทูตผู้สูงส่ง มองเห็นล่วงหน้าในสิ่งที่พวกกุเรชจะปฏิบัติต่อครอบครัวของท่าน “ภายหลังการเสียชีวิตของฉัน ครอบครัวของฉันต้องเผชิญกับการลังหารและความยากลำบากมากมาย” ด้วยความเศร้าเสียใจอย่งลึกซึ้งท่านยังบอกกับอะลีอีกว่า “บุคคลบางคนได้ช่อนเร้นความเกลี่ยดชังต่อเจ้าไว้ในหัวใจซึ่งพวกเขาจะไม่แสดงออกมาจนกว่าฉันจะเสียชีวิต”ด้วยเหตุนี้เราอาจจะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของท่านศาสนทูตและท่าทึของสาวกท่านศาสดาจำนวนมากต่ออะลี ในด้านหนึ่งด้วยความไม่ชอบต่อครอบครัวท่านศาลดาโดยพวกอพยพซาวกุเรช ในอีกด้านหนึ่ง ท่าทีเชิงลบในส่วนของกุเรช ย้อนกลับไปตั้งแต่ท่านศาสดาเริ่มภารกิจเผยแผ่อิสลาม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตระหนักดีในสัจธรรมความน่าไว้วางใจและความซื่อสัตย์สุจริตของท่าน พวกเขาก็ยังปฏิเสธการปลุกเร้าสู่ศรัทธาของท่าน พวกกุเรชคิดว่า ถ้าพวกเขายอมรับความเป็นศาสดาบนีฮาชิมจะมีชัยเหนือตระกูลกุเรซอื่นๆ ทั้งหมด ความอิจฉาริษยามีความรุนแรงในอนาคตได้ปลุกเร้าให้พวกเขาตัดสินใจบีบบังดับท่านปิดล้อมท่านและญาติใกล้ชิดของท่านและไม่ลดความกดดันหรือการคุกคามลง ในท้ายที่สุดพวกเขาได้วางแผนลอบสังหารท่าน และการสมคบของพวกเขาบังคับให้ท่านละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไปเสีย ประกอบบาร์โหน  นอกจากจะไม่หยุดแล้ว พวกเขายังหันไปขอความช่วยเหลือทางการทหาร เคลื่อนพลทั้งหมดเพื่อขจัดท่านศาสดาและสาวกของท่านร่องรอยและการต่อสู้ทั้งหมดนี้ อะลีคือพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดของท่านศาสดา เป็นมือขวาอันทรงพลัง ในสมรภูมิเลือดนับครั้งไม่ถ้วน ผู้’นำกุเร’ชจำนวนมากที,เต็มไปด้วยความเกลียดซังและความขุ่นเคืองใจ ถูกท่านทำให้ตกตํ่าลง ดังนั้น กุเรชจึงถือว่าท่านอยู่ในฐานะผู้รับผิดชอบการตายของผู้นำบุตรชาย น้องชายของพวกเขาและพวกเขายังสูญเสียความหวังในชัยชนะทั้งมวลต่อการที่ท่านศาสดามืซัยจนสามารถยึดเมืองมักกะฮ์ใด้ และปฏิบัติการทางทหารของพวกเขามาถึงจุดสิ้นสุดยุติอ ความต้องการแก้แค้นบนีฮาชิมโดยทั่วไปและอะลีเป็นการเฉพาะไม,เคยลดน้อยลง แต่ยังคงคุอยู่ในตัวพวกเขา

บาร์โหนสำเร็จรูป

ท่าทีที่ขาดความรับผิดชอบของบรรดาสาวก ตอนที่ 1

 

 

Buddha

 

ณ ที่นี้คำถามที่ตามมาได้เกิดขึ้น กระดูก นั่นคือการให้ความจริงที่ว่า ท่านศาสดาประกาศให้ท่านอะลีเป็นทายาท (วะซีย์) และผู้สืบทอด (คอลีฟะฮ์)ของท่าน เป็นการแต่งตั้งท่านเป็นผู้นำของมวลมุสลิมอย่างชัดเจนทั้งในฆอดีรคุมและในโอกาสอื่นที่เหมาะสม บาร์โหนออกกำลังกาย แล้วทำไมหลังจากท่านศาสนทูตผู้สูงส่งสิ้นชีวิต จึงเกิดเหตุการณ์ที่บรรดาสาวก (ซอฮาบะฮ์) ของท่านละเลยคำลังของพระเจ้าและละทั้งท่านอะลีซึ่งเป็นบุคคลที่สูงส่งและทรงคุณค่า ตัดสินใจที่จะไม่เชื่อฟังท่าน โดยเสือกบุคคลอื่นเป็นผู้นำแทน และมอบความไว้วางใจในบังเหียนการปกครองแก่เขาคำพูดของท่านศาสดามีความคลุมเครือใดๆอยู่หรือวลีและคำพูดต่างๆที่แสดงออกเพื่อกำหนดสถานภาพและการแต่งตั้งท่านอะลีเป็นผู้นำยังไม่เพียงพอกระนั้นหรือคำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามนี้สามารถพบได้ ด้วยการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยของท่านศาสดา เราจะเห็นว่าในบรรดาสาวกของท่าน มีผู้ที่กดตัน,ท่าน’ให้เปลี่ยน’ใจ เมื่อใดก็ตามที่คำสั่งของท่านชัดแย้งกับความต้องการและความโน้มเอียงของพวกเขา ด้วยทุกวิถีทางที,เป็นไปได้ ด้วยความหวังที่จะขัดขวางท่านจากการปฏิบ้ติตามแผนที่ท่านตั้งใจ บาร์โหนสแตนเลส เมื่อพวกเขาสิ้นหวังที่จะไปถึงเป้าหมายของตนก็จะเริ่มครํ่าครวญคัมภีร์อล กุรอานเตือนบุคคลเหล่านี้ไม่ให้ต่อต้านคำสั่งของท่านศาสดาในโองการที่กล่าวว่า

”ดังนั้นบรรดาผู้ฝ่าผืเนคำสั่งของเขา(มุอัมมัด)จงระวังตัวเถิดว่า เคราะห์จะเกิดแก่พวกเขา หรือว่าการลงโทษอันเจ้บปวดจะเกิดขึ้นแก่เขาเช่นกัน”ในระหว่างช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตที่ได้รับความโปรดปรานของท่านท่านศาสดาได้เตรียมกำลังทหารเพื่อต่อลักับอาณาจักรไบแซนไทนั และแต่งตั้งอุ’ บาร์โหนเพิ่มความสูง ซามะฮ์ บุตรเซตเป็นแม่ทัพ การแต่งตั้งหนุ่มน้อยนี้แทนที่จะเป็นผู้มีอาวุโสและประสบการณ์มากกว่า สร้างความไม่พอใจให้สาวกล่วนหนึ่งและนำไปสู่การถกเถียงในหมู่พวกเขา บรรดาผู้ที่ต่อต้านอุซามะฮ์อย่างรุนแรง ขอร้องให้ท่านศาสดาปลดเขา แต่ท่านไม่ให้ความสนใจข้อเสนอดังกล่าว และสั่งให้อบูบักร อุมัรและอุศมานเข้าร่วมในกองทัพมุสลิมที่กำลังจะเดินทัพออกจากเมืองมะดีนะฮ์ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เพียงแต่ไม่คำนึงถึงวินัยทหารแต่ยังไม่เชื่อฟังคำสั่งอย่างไม่มีเงื่อนไขของท่านศาสดาอีกด้วยแทนที่จะออกไปสู่แนวหน้าพร้อมกับกองทัพ พวกเขากลับแยกตัวออกและกลับเข้าสู่เมืองมะดีนะฮ์ เสียงพูดพึมพำ บาร์โหนติดผนัง อย่างไม่ให้เกียรติของสาวกบางคนระคายเคืองท่านคาสนทูตแห่งพระเจ้าอย่างใหญ่หลวงและท่านได้ออกจากบ้านด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเป็นห่วงประชาชนของท่าน และกล่าวกับประชาชนดังนี้’

‘โอ้ประชาชนทั้งหลาย คำพูดของพวกท่านเกี่ยวกับการแต่งตั้งอุซามะฮ์ที่มาถึงหูของฉันเป็นอย่างไรหรือ พวกท่านตำหนิเขาขณะนี้ เฉกเช่นเมื่อครั้ง ที่พวกท่านปฏิเสธการแต่งตั้งเชด  ขายบาร์ดหนประกอบง่ายราคาถูก บุตรฮาริษะฮ์บิดาของเขาเป็นแม่ทัพ ฉันขอตอบด้วยนามของพระเจ้าว่า เขามีความคู่ควรกับตำแหน่ง เฉกเซ่นบุตรชายของเขาเซ่นกัน”

 

บาร์โหน

วิธีการทำกระสอบทราย แบบง่ายๆ

มีบางครั้งเหมือนกันที่เราจะต้องติ หรือว่ากล่าวบุคคลอื่น กีฬามวย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาเรา ซึ่งคำตินั้นเป็นคำที่ใครๆ ก็ไม่อยากจะได้ยิน ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ การติให้ผูใต้บังคับบัญชา หรือว่าลูกหลานรู้สึกเ สึยใจ หรือว่าเศร้าใจน้อยที่สุด เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป และไม่รู้สึกต่อต้านมากอีกต่างหาก เคล็ดลับในการพูดติหรือว่ากล่าวบุคคลอื่นไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจกันมีวิธีง่ายๆดังต่อไปนี้พูดกันสองคนหลักการง่ายๆ ของการบริหารคนข้อหนึ่งก็คือ เวลาชมให้ชมต่อหน้าคนมากๆ และเวลาติให้ติลับหลังกันสองคน เนื่องจากว่าคนเรานั้นจะมีคักดี้ศรืและความอาย การติต่อหน้าคนอื่นเยอะๆ จะทำให้เขาไม่อยากจะยอมรับนับถือ และอาจจะทำให้เกิดการต่อต้านขึ้นได้อีกอย่างนี้!ม่ดีแน่การพูดตำหนิกันสองต่อสองนั้น หากว่าเขาผิดจริง เขาก็จะยอมรับโดยดี ไม่โต้เถียงมาก และมีผลกระทบต่อจิตใจของเขาน้อยที่สุด และที่สำคัญเขายังดีดว่าเราให้เกียรติเขาอีกด้วย เพราะหากว่าเราไปติเขาต่อหน้าคนอื่น คนอื่นๆ ก็จะรับรู้จึงเหมือนกับเป็นการไม่ให้เกียรติเลยแม้แต่น้อยกล่าวชมในบางเรื่องก่อนที่จะว่าวิธีการนี้ก็จะเป็นการช่วยรักษาความรู้สึกของผู้ที่ถูกว่า โดยให้เรากล่าวชมเขาเสียก่อนอย่างเช่น “ปกติแล้วคุณเป็นคนทำงานรอบคอบแต่คราวนี้คุณพลาดไปหน่อยตรงที่…” กระสอบทรายทำเอง  เพียงแค่นี้เขาก็จะรู้สึกดีมากขึ้นการชมก่อนที่จะตำหนิติเตียนจะช่วยทำให้เขามีความมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง นวมชกมวย แต่ในขณะเดียวกันประโยคต่อมาที่เราพูดก็ทำให้เขาเห็นความผิดพลาดของตัวเองที่ต้องปรับปรุงแกไขต่อไปกล่าวตำเๆนิโดยรวมวิธีนี้ใซได้กับการทำงานเป็นทีมที่แต่ละคนรับรู้หน้าที่และความรับผิดชอบอยู่แล้ว ชึ่งก็จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยทำให้คนที่ทำผิดนั้นไม่ต้องเสียหน้ามาก แต่เขาก็ย่อมจะรู้ตัวว่าเกิดความผิดพลาดเพราะตัวเขานั่นเองวิธีก็คือ ให้เราพูดต่อหน้าที่ประชุมเกี่ยวกับข้อผิดพลาดบ่อยๆโดยพูดข้อผิดพลาดที่ทำให้งานล้มเหลวทีละข้อ แต่ไม่ได้กล่าวโดยตรงว่าใครหรืออะไร และพูดยํ้าว่ามันเป็นความผิดของทีมทุกคนที่ทำให้  เกิดข้อผิดพลาด แต่ก็ไม่ต้องถึงกับใส่อารมณ์ เพราะอาจจะทำให้เกิดการโทษกันขึ้น ควรจะพูดตามเหตุผลและพูดด้วยอารมณ์ที่ปกติชี้แจงแๆตุพลใฅ้เฅ็นในการตำหนินั้น เราควรจะบอกให้เห็นถึงเหตุผล จุดบกพร่องที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด หรือขึ้ให้เห็นเหตุผลของการตำหนิติเตียน ก็จะช่วยทำให้เขาเข้าใจว่าที่เราตำหนินั้นไม่ใช่เรื่องที่เราหยิบยกขึ้นมาเล่นงานเพราะเหตุผลส่วนตัวการอธิบายเหตุผลนั้นไม่ควรจะเป็นไปด้วยอารมณ์ เพราะหากว่าเราใส่อารมณ์ความรู้สึกไปขณะที่บอกเหตุผลก็จะทำให้คนที่เราติเตียนนั้นเกิดความรู้สึกต่อต้าน และไม่ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั่นเองใต้โอกาสเขาโต้แย้งการตำหนินั้น เมื่อบอกความผิดพลาดอะไรเรียบร้อยแล้ว ควรจะให้โอกาสเขาแก้ตัว กระสอบทรายหนัง หรือว่าอธิบายเหตุผลหรือการกระทำ และเราก็ไม่ควรจะคิดว่าเขาผิดอย่างจังๆ ควรจะเผื่อใจเอาไวให้เขาแก้ตัวบ้างโดยรับฟังเหตุผลเขาอย่างใจจริง แต่หากรู้สึกว่าเหตุผลของเขาอ่อนไปก็ควรจะอธิบายให้เขาเห็นให้ชัดแจ้งการให้โอกาสเขาโต้แย้งจะทำให้เขารู้สึกว่าเราให้เกียรติ และเคารพตัวเขาด้วย และแน่นอนว่าเมื่อเราให้เกียรติเขาแล้ว เขาก็จะให้เกียรติเราด้วยเช่นกันดังนั้นเวลาอยู่ด้วยกันก็จะสามารถพูดกันง่ายยิ่งขึ้นไม่ว่าใครๆ ก็ไม่อยากจะถูกตำหนิด้วยกันทั้งนั้น เราจึงควรจะมีทางหรือเคล็ดลับการพูดที่จะทำให้การตำหนินั้นนิ่มนวล และไม่กระทบความรู้สึกของคนมากเกินไปนั่นเองเพราะหากว่าเขาถูกต่อว่าแรงๆเขาอาจจะเกิดความรู้สึกที่ต่อต้าน และไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดจริงอย่างที่เราพูดก็เป็นได้ เคล็ดลบการพูดในกี่ชุมชนหากว่าเรามี่โอกาสพูดในที่ชุมชน ต่อหน้าคนมากมาย แน่นอนล่ะว่าเราจะต้องรู้สึกประหม่าและสันพอสมควร เพราะเราไม่ใช่นักพูดมืออาชีพที่เจนจัดเวที ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในบางครั้งนักพูดเก่งๆ ก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้างเหมือนกันการพูดในที่ชุมชนนั้นแม้ว่าอาจจะดูน่าตื่นเต้นสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร หากว่ารู้จักการพูดว่าควรจะทำอย่างไรนั่นเองเตรียมตัวดีหากว่าเรารู้จักที่จะเตรียมตัว คือเตรียมตัวมาดี ทั้งข้อมูลที่จะพูด เอกสารประกอบ และสื่อต่างๆ เชื่อได้ว่าความมั่นใจของเราคงจะมืมากอย่างแน่นอน โดยนอกจากการเตรียมข้อมูล และสื่อในการพูดอื่นๆ กระสอบทรายนักมวย แล้ว ก็ให้เราลองซ้อมพูดหลายๆ รอบ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเราเองการเตรียมตัวดีจะช่วยทำให้เรามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถที่จะควบคุมอารมณ์และความตื่นเต้นของเราได้เป็นอย่างดีและถ้าจะให้ดีก็อาจจะให้เพื่อน พี่น้อง หรือใครที่สนิทมาฟังการซ้อมพูดของเราว่าเป็นอย่างไร ดีหรือยัง เพื่อเป็นการซ้อมต่อหน้าคนจริงๆไปด้วยในตัวนั่นเองเมื่อเตรียมตัวมาดีแล้วก็จงเชื่อมั่นในตัวเองเสีย อย่าไปคิดอะไรมากเลย เพราะอย่างไรเราก็ทำดีที่สุดแล้ว

กระสอบทรายใส่อะไรไว้ข้างใน

เรื่องเล่า สมัยอดีตกาล กับความเป็นมาของไทย ตอนที่ 3

 

1317448210

สองแควหรือเมืองอกแตก อดีตนั้นเป็นสถานที่ประฑ้บของพระองค์ดำ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถ และพม่าใต้อ้ญเชิญพระองค์ไปเป็นตาประก้นที่เมืองหงสาวดี และไก่ของพระนเรศวรมหาราชซนชนะไก่ของพระมหาอุปราชพม่า ซึ่งต่อมาพระนเรศวรฯ ได้ประกาศเอกราชจังหว้ดพิษณุโลกเป็นอดีตเมืองหลวง หลังจากกรุงศรีอยุธยา
แตกยับครั้งแรก ด้วยบมือของทัพทหารพม่านั่นเอง และเมืองพิษณุโลกยังเป็นเมืองหน้าด่านทิศเหนือ เมื่อทหารพม่ายกทัพจากเชียงใหม่ก็จะมาเจอกับเมืองพิษณุโลก ก่อนจะยาตราทัพใหญ่ลงมาตีเมืองหลวงกรุงศรีอยุธยา ทั้งทางบกและทางนํ้าดังนั้นเมืองพิษณุโลกจึงเปีนเมืองหน้าด่านที่สำค้ญ  บาร์โหนราคา ที่จะต้านทัพทหารพม่า ที่นี่จึงเปีนอีกแห่งที่กลายเป็นสนามรบระหว่างนักรบไทยกับทหารพม่า ศพนักรบทั้งสองฝ่ายที่พลีชีพนอนเกลื่อนสนามรบกลายเป็นสุสานของนักรบไปครั้นเวลาผ่านมา…คนรุ่นหลัง ๆ ไม่รู้ลึกเรื่องประวิดศาสตร์เพราะหลักฐานต่างๆ ไต้เลือนลบหายไป จึงเหลือเพียงการลันนิษฐานของนักวิชาการเท่านั้นรวมทั้งสนามรบที่นักรบไทยกับพม่ารบพุ่งตายกันเป็นเบือ ด้วยไม่มืใครรู้ว่าตรงไหนเคยเป็นสนามรบ ตรงไหนเป็นที่พักค้างของทหารและอื่นๆ ครั้นมาจับจองที่ดินทำมาหากิน นั้นแหละถึงไต้เจอดี เจ้าของเดิมที่ตายไปแล้วหลายร้อยปีมาทวงเอาที่ดินอันเป็นสมบัติคืน เรื่องเลยยุ่งกันไปใหญ่ เกิดศึกชิงที่ดินระหว่างผีกับคนหากเป็นผู้ที่มาทวงสิทธคืนเป็นคน กิพอจะพูดคุยกันไต้ แต่นี่ผู้ที่มาทวงสิทธี้ไม่ใช่คน หากแต่เป็นผีโบราณ บาร์โหนติดประตู  เมื่อสมัยคาบเกี่ยวระหว่างราชธานีสุโขทัยกับราชธานีอู่ทอง(กรุงศรีอยุธยาตอนต้น)คนเมื่อหลายร้อยปีกับคนสมัยนี้ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย แม้จะมีบรรพซนคนไทยสืบทอดกันมากิตาม เป็นอีกชีวิตของคนรุ่นเก่าโบราณกับคนรุ่นสมัยใหม่ จึงเกิด

เรื่องอันซวนขนลุกกับคนรุ่นใหม่ยุคนี้ผู้เล่าไต้ที่ดินแปลงนี้ตกทอดจากปูย่าตาและยาย ครอบครองทำมาหากินด้วยดีตลอด จนหลานชายจู่ๆ เปลี่ยนเป็นคนละคน มีอาการคลุ้มคลั่งดีโพยดีพายเหมือนคนบ้าเสียสติ นึกว่าหลานชายโดนของมนต์ดำหรือโดนผีเข้าสิง ไปให้หมอผีอาบนั้ามนต์และไล่ผีให้ปรากฏว่าหมอผีถูกทำร้ายเกือบตาย เกิดถอดใจถอนตัวไม่รักษาหลานชาย บอกยังไม่อยากจะตายตอนนี้จึงแนะให้!ปหาหมอคนอื่นรักษาผู้เล่าจึงไปหาหมอพระเรืองอาคมแก่กล้าวิชาไสยศาสตร์ท่าประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและทาง โหนบาร์ออกกำลังกาย ไสยศาสตร์พร้อมกับนั่งทางในเพื่อจะได้รู้สาเหตุของหลานชาย เกิดจากอะไรกันแน่จะได้รักษาได้ถูกทาง จนได้ความกระจ่างว่าหลานชายแกถูกผีสมัยโบราณลงโทษฐานที่แกไปครอบครอที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งอดีตเมื่อหลายร้อยปีผีตนนี้ได้จับจองเปีนเจ้าของปลูกบ้านอาศัยอยู่และทำนาปลูกข้าวเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัว จึงมาเรียกร้องทวงสิทธิ้ขอที่นาคืนจากแก เรื่องเลยโอละพ่อ คุณผีอะไรกันตายมาแล้วหลายร้อยปี ยังหวงสมบ้ตที่ดินผืนนี้ ซึ่งแกก็ไม่รู้มาก่อนว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของผู้Iด ปูย่าตาและยายครอบครองทำมาหากิน แล้วมอบให้ลูกหลานก่อนจะตาย และไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า ที่ดินแปลงนี้ผู้ใดครอบครองมาแต่สมัยใดหลวงพ่อบอกให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผีตนนั่น แกทำตามที่หลวงพ่อบอกทุกอย่าง ผีก็ยังไม่ยอมออกจากร่างหลานชายยังมีหน้าด้านบอกผ่านหลวงพ่อว่า จะสิงอยู่ในร่างหลานไปตลอดชีวิต

จนเป็นที่วิตกของทุกคนรวมทั้งแกด้วย จึงหาวิธีที่จะให้ผีตนนี้ออกจากร่างหลานชาย จึงไปตั้งศาลเพียงตาขึ้นบนที่ดินแปลงนั่นพร้อมกับยัญเชิญผีตนนั่นมาสิงอยู่ในศาล น่าฉงนผีตนนั่นออกจากร่างหลานชายมาอยู่ตามคำเชิญของแกทุกวันพระแกกับเมียจะน่าอาหารคาวหวานมาถวายให้ผีตนนั่นกิน และนึกเสมอว่าผีจะสำนึกในบุญคุณของแกกับเมีย ที่ปลูกศาลเพียงตาและเอาเครื่องเซ่นมาให้กิน แต่ตรงข้ามกลับมาหลอก แกตอนกลางคืน ผีตนนี้มันจะเฮี้ยนอะไรนัก ให้ที่อยู่ให้กินอย่างอิ่มหมีพีมัน ยังมาหลอกแกกับคนในครอบครัวเดือดร้อน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนการมาของผีโบราณแต่ละครั้งจะมาไม่เหมือนกัน ตามแต่อารมณ์ของเขาจะเผยโฉมหน้า แต่ที่ปรากฏต้วน่ากลัวสุดๆจะมาในลักษณะผีคอขาด เชื่อว่าก่อนตายยังเปีนคน ได้ถูกดาบฟันคอขาดผีอะไรเล่นพีเรนฑร์มาแต่ตัวไม่เอาหัวมาด้วย ต่อให้ใจแข็งไม่กลัวผีมา
ก่อน  บาร์โหนเหล็ก เจอผีคอขาดตนนี้รับรองไม่สลบหรือไม่ก็คงจะวิ่งหนีหางจุกตูดแนแขกแปลกหน้าไม่ได้รับเชิญ อายุหลายร้อยปีของผีหัวขาดตนนี้เคยมาหลอกแกกับคนในครอบครัวหลายครั้ง แต่ละครั้งทำเอาเมียแกสลบไสลเป็นลมพ้บ นอนรักษาตัวนานเป็นอาทิตย์อาการถึงจะกลับมาเป็นปกติ เมียแกแทบจะเป็นโรคประสาท คอยหวาดระแวงผีตนนี้จะมาหลอกทุกลมหายใจบางคืนนั่งคุยกันอยู่ดีๆ กับเมียสองคน จะมีกลิ่นเหม็นโชยลอยตามลมมาบอกล่วงหน้าก่อน จากนั่นไม่ช้าผีหัวขาดก็จะมายืนโชว์ตัว มีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังตามตัว เมียแค่เห็นผีหัวขาดเพียงแวบเดียวก็สลบเหมือดแล้ว แกเองยังแข็งใจ (ไม่ใช่ใจแข็งนะจะบอกให้)  จำหน่าบบาร์โหนราคาถูก ยังพอมีสติจะไม่แสดงอาการหวาดกลัวให้รูให้ผีเห็นหากเราแสดงอาการกลัวเมื่อไรผีจะไดใจและจักหลอกสารพัดหลายรูปแบบ นี่เป็นลันดานของผีทุกตน ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งผีตายโหงแกยอมรับว่าผีตนนี้เฮี้ยนและดุเอาเรื่อง เพราะเป็นผีสมัยโบราณมีจิตใจที่ฝังอยู่กับเรื่องในอดีต ทั่งที่น่าจะหมดเวรหมดกรรมไปผุดไปเกิดนานแล้ว แต่กลับไม่ปล่อยวางกับอดีต จึงมาหลอกแกกับคนในครอบครัว

บาร์โหน

กล้ามเนื้อคนเราสามารถ แข็งแรงได้ด้วยการโหนบาร์ ตอนที่1

“สมัยนั้นชาวบ้านกันเองนี่แหละ ไปซื้อมาไว้เพื่อใช้งาน มิได้เข้าโรง
อย่างคราวที่แล้ว ก็คงจะอวดบารมีอีกน่ะนะ แต่ถึงคราวเคราะห์ ไอ้ตัวนี้เขา
ของมันกำลังโง้งยาวสวยทีเดียวคงถูกทารุณหรืออะไรสักอย่าง ไม่ยอม
จำนนง่ายๆ มันทั้งขวิดและชน จนกระเจิงไปทั้งงาน ผู้คนแตกตื่นหนีตายกัน
อลหม่าน ตาสมเห็นอย่างนั้น คว้าลูกซองกระบอกที่ยิงพวกนายประจักษ์
วิงออกตามล่า ควายที่กำลังเตลิดไล่ชนผู้คนอย่างเมามัน ยกขึ้นเล็งจะ
เหนี่ยว  บาร์โหนติดประตู ไกหลายครั้ง แต่ชาวบ้านฝักใฝจึงไม่กล้า เป็นโอกาสของควาย
ทำให้มันซึ่งบังเอิญหรือจงใจสุดจะเดา หันกลับมาทางตาสมวิ่งเข้าหาตาม
สัญชาตญาณสู้เพื่อป้องกันตัว เจ้าของวัวไม่หวั่น ปีนปักหลักเหนี่ยวไกทันที”
ถึงตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม นิคมหยุดไปเสียอย่างนั้น จึงเหล่ตามอง แล้วถาม
“เดี๋ยวสิครับพี่ ขอดื่มหน่อยคอแห้ง” นิคมพูดจบ ยกแก้วขึ้นดื่มไป
เกือบครึ่งแก้วแล้ววางลง พร้อมเอ่ยต่อ “ลูกปีนเฉี่ยวสีข้างควาย ดีไม่ไปถูก
คนมาในงานมันทะยานพุ่งสวนเข้าหาเจ้าของราวกระทิงเปลี่ยวเห็นมาทาดอร์
ชั่วหายใจเข้าปอด เสียงหวีดร้องของหญิงชายที่มาร่วมงานเป็นพันลั่นไปทั่ว
ลานหลังบ้าน ซึ่งทำเป็นที่นั่งยาวพืด เนื่องจากทุกสายตาเห็นร่างนักเลง
ใหญ่ของหมีบ้าน ตาสมหรือนายสมขณะนัน ลอยเคว้งขึนไปกลางอากาค
ราวสองสามวาเพราะแรงขวิดด้วยเขาแหลมเปียบของไอ้ทุย เข้าที่โคนขา
ข้างขวามันตวัดขึ้นไปอย่างรุนแรง จนหล่นตุ้บลงพื้นดิน ปีนลูกซองในมือ
กระเด็น ไปอีกทาง ลูกน้องของแกและชาวบ้านเข้าช่วยหามล่งโรงพยาบาล
ในตัวจังหวัด ทำมกลางเสียงวิจารกรต่างๆ บ้างสันนิษฐานเพราะเวรกรรมที่
ตาสมหรือนายสมบูรณ์ทำกับคนและสัตวํไว้มาก จึงถึงเวลาแล้วต้องชดใช้”
“สมัยนั้นการเดินทางยังไม่สะดวกกว่าจะถึง กระดูกโคนขาที่ถูกเขา
ควายแตกละเอียดเลือดแห้งเกรอะกรังเนื้อตายไปแล้วบางส่วน หมอต้องตัด
ทิ้งโดยรีบด่วน นักเลงโตนอนโรงพยาบาลอยู่หลายเดือน เมียคนหนึ่งของ
แกเล่าว่ากล้ามเนื้อควอดริเซ็บ
“ระหว่างอยู่รักษาขา ตาสมกลัดกลุ้มมากถึงกับนอนไม่หลับหมอต้อง
ใช้ยาช่วยทุกวัน เกรงคู่อริตามมาคิดบัญชี เพราะสร้างศัต£ไว้’รอบด้าน นาน
วันจึงเหมือนเป็นโรคประสาท บาร์โหนคู่  ถึงขนาดลูกเมียเช้าใกล้ไม่ได้หาว่าจะฆ่า แม้

ระหว่างกลับมาพักทีเนต่อทีบ้าน ยังไม่ยอมไว้ใจใครทังนัน อย่างทีเราเห็น
ตอนเย็นแกเอาปีนติดตัวตลอด เมื่อเป็นเช่นนี้เมียสองคนจำเป็นต่างต้อง
ขายที่ทาง ไร่นา ต้นขา  วัวควาย แม้แต่เป็ดไก่ขายหมดแล้วแบ่งเงินกัน พาลูกของ
ตนหนีไปอยู่แห่งไหน ปานนี้ยังไม่มีใคร![เหลือบ้านหลังที่เราเห็นแค’นั้นแหละ”
“ก็เลยต้องเป็นภาระของเอ็ง” ผมหันไปปรารภกับขจรเพื่อนรัก ซึ่งก็
ส่ายหน้าตอบ
“เอ้ย ไม่ถึงอย่างนั้นหรอก อั๊วมาภายหลัง ก่อนนั้นเห็นว่าคนแถวนี้ที่
ตาสมเคยช่วยเหลือไว้บาง ท่านช่วยเหลือแกมาก่อน ใช่ไหมนิคม” หันถาม
หนุ่มรุ่นน้อง
“ใช่ครับ พ่อผมเองก็เช่นกัน แม้ไม่เคยพึ่งพา เนื่องจากไม่ชอบพฤติ-
กรรมการเป็นนักเลงของแก ยังอดไม่ได้ โธ่ก็เห็นไหมครับ ขาด้วนแถมลูก
เมียหนีหมด พี่น้องไม่มี ใครอดได้ก็ใจดำเต็มทนละครับ” นิคมเอ่ยตอบยิ้มๆ
ก่อนยกแก้วกระดก
“แหม  บาร์โหนเหล็ก เมียทั้งสองของแกก็ช่างกระไร ทิ้งไปได้ลงคอ ลูกแกโตหรือยัง”
ผมส่ายหน้าถามขจรและนิคมซึ่งฝ่ายหลังเป็นผู้เล่า
“ลูกเมียหลวงผู้หญิงอายุสิบกว่า ส่วนเมียที่สองชายทั้งคู่อายุไล่เสี่ยกัน
แปดกับเก้าขวบ ความจริงเขาไม่อยากทิ้งแกหรอก แต่เข้าใกล้ไม่ได้ ทั้งทุบตี
บางครั้งโดนไม้ค้ำยันนั่น ทั้งสองคน  โหนบาร์เพิ่มความสูง ซ้ำด่าหยาบคายทุกวัน ก็คงไปได้สามี
ใหม่”
เรากินกันคุยไปจนดึกของคืนนั้นอยู่บ้านเพื่อนเกือบห้าวันทั้งขจรนิคม
พาเที่ยวหลายที่ ทำให้ได้เรื่องราว กับความเป็นอยู่ของชาวบ้านแถวนั้นเป็น
ของฝากอีกต่างหาก ไว้มีโอกาสจะทยอยเล่ารุjกัน ไม่อยากกลับเลยนี่พูดด้วย
ใจจริง เพราะบรรยากาศดีเหลือเกิน ก็ขอบอกใครที่รู้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า
จิตใจหดหู่กับค่าครองชีพที่สูงลิ่วขอแนะนำหากมีเพื่อนหรือญาติพี่น้องอยู่
ต่างจังหวัด จงไปเถอะครับ ปลอดโปร่งโล่งสมอง ซํ้วแก้เครียดได้ชะงัดนักที
เดียวแหละ
ก่อนกลับขจรยังขับรถผ่านไปดูตาสม ที่นั้งเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนวัน
แรกอีกครั้ง เนื่องจากผมขอร้องว่าอยากจำหน้าอดีตนักเลงโตเจ้าถิ่นไว้ใน
ความ ทรงจำให้ได้ โธ่นักเลงจริงอย่างสมัยก่อนหายากนะครับ และที่สุดมา
ล่งที่สถานีรถไฟเพื่อกลับไปลักับความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ต่อ ก็ยังนึกคน
เรามันอย่างนี้แหละ จะยิ่งใหญ่ บารมีมากเพียงไหน หนีพรหมลิขิตไม่ได้
ลักราย

 

บาร์โหน

สูตรแห่งความสำเร็จ ด้วยการโหนบาร์เป็นประจำ

limg-248417356

ขายหจึงเป็นหนี้มาก ตอนหลังถึงกับหนีไ.ปอยุ่บางนา แต่ฉันไม่ยอมหยุดเข้ากรุงเทพฯ ประจำหาเพื่อน”ก็พยักหน้า’งึกๆ เป็นเซิงรับรู้ แล้วชักต่อ  บาร์โหนราคา “แม่ไม่ห้ามปรามบ้างหรอ”หญิงพิการรีบตอบ “มีหรือไม่ห้าม แต่ฉันไม่ฟัง จึงต้องทะเลาะกันเกือบทุกวัน”

“ครั้งหนึ่งขอเงินเพื่อออกเที่ยว แม่ก็บอก ลูกเอ๊ยหยุดซะบ้าง ไม่มีจะให้แล้ว ฉันก็พูดกับแกอย่างคนสิ้นคิด ไปลู้ใครมาท่อนสิแม่ นัดเพื่อนไว้ เอาน่าได้งานทำเมื่อไหร่ไม่ต้องกลัวหรอกใช้หนี้เองนะแม่เฝ็าออดอ้อน แกก็ส่ายหัวกับบอก หมดปัญญาจะไปเอาที่ไหนให้จริงๆ เพิ่งมาอยุ่ไม่รู้จักไม่สนิทกับใคร ที่ต้องหนีมาเช่าบ้านอยุ่บางนาไม่เพราะเอ็งหรอกเหรอะ สงสารข้าบ้างเถอะ เพ็เอ๊ย”เมื่อไม่ได้อย่างใจก็ฃึ้นเสียงแกล้งบอก “รั้นฉันขายตัวนะ”นางรำเพยผู้เป็นแม่ตกใจ กำลังเอา บาร์โหนติดประตู ไม้เสียบหมูชะงักทันที หันเร็วกับตะโกน “วันเพ็ญ นี่เอ็งพูดอะไรออกมารู้หรือเปล่า”ฉันไม่คิดว่าต้องทำให้แม่เสียใจ ยังบอก “ไม่รู้ละถ้าหมดท่าก็ต้องทำไม่รั้นอายเพื่อน”แม่กระแทกของที่กำลังจะน่าไปขายลงกะละมังอย่างแรง พลางเอ่ย

“เอ้อ เวรของอีเพยมันมีลูกกะเขาคนก็แสนจะดื้อด้าน” หล่อนเอ่ยชื่อแม่ซึ่งชื่อเต็มว่ารำเพย
แกหยุดเล่าที่จุดคราก เมื่อมีคนมาซื้ออาหารปลา ส่งให้รับเงินเสร็จ ผมจึงชักต่อ“แล้วอย่างโงอีก”นางวันเพ็ญจึงหน้าสลดลงก่อนเอ่ยเสียงค่อยฉันลุกขึ้นกราดเข้าไปล้วงเงินจากกระเป๋าเสื้อคอกระเช้าของแม่ พลางว่า “มีเท่าไหร่ให้ฉันไปเที่ยวท่อน” นางรำเพยรีบจับมือกับบอก “ข้าเหลือ สองร้อยเอง ไว้ให้ค่าที่เขา’’นางหมายถึงที่ตรงขายหมูปิง  อุปกรณ์ลดหน้าท้อง ต้องเสียค่าที่วันละสองร้อยกับเจ้าของหน้าร้าน ยื้อแย่งกันอยู่นิดหนึ่งล้ลูกสาวไม่ได้ เงินจากกระเป๋าหมดเกลียง วันเพ็ญ บอกต่อ “ฉันไม่สนใจกับเสียงที่ตะโกนไล่หลังขณะเดินเร็วออกจากบ้าน”

“เพ็ญเอ๊ย สงสารแม่เถอะ” ถึงป้ายริมถนนรีบขึ้นรถประจำทางเที่ยวกับเพื่อน หารู้ไม่ผู้ให้กำเนิดนั่งเอาหัวเข่าเช็ดนํ้าตา ร้องไห้เพราะไม่มีค่าที่ให้กับเขา ต้องบากหน้าไปยกมือไหว้เจ้าของขอจ่ายในตอนเย็นหลังจากขายเสร็จหญิงพิการหันมาบอก “มันบาปจริงๆ ฉันปะ”ผมยิ้มและเอ่ยบ้าง “เพิ่งจะรู้สีกหรือ”นางวันเพ็ญไม่มีท่าทีโกรธที่ถูกถามตรงๆ กับพยักหน้าพูดเพียงสั้นๆ“จ้ะ”
จึงซักอีก  เมื่อนางวันเพ็ญหยุดไปเสียเฉยๆ “แล้วอย่างไง”ได้รับคำตอบ “คบเพื่อนมากเข้าเป็นธรรมดานะ มีทั้งดีและชั่ว”ในที่สุดพวกฉันติดยากันงอมแงมเมื่อต่างไม่มีเงินจึงตั้งเป็นแก๊งลักเล็ก
ขโมยน้อย วิธีติดตั้งบาร์โหน  ได้เท่าไหร่ชื้อยาหมด จนเพื่อนถูกจับได้ไปหลายคน ฉันเองยังโชคดีหนีรอดได้ทุกครั้ง จึงคิดน่าจะหาเงินจากทางอื่นดีกว่า โดยหลอกผู้ชายเจ้า’ชู้ทั้งหลาย ฉันเองตอนนั้นรูปร่างหน้าตาอยู่ในขั้นสวยคนหนึ่งเหมือนกันจึงไม่ยากนักหากมีใครมองแล้วให้ท่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเข้าไปนั่งยังร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า กวาดสายตาไปเห็นชายสูงวัย แต่งตัวภูมิฐานกำลังจ้องขาของฉัน ที่วันนั้นจงใจนุ่งกระโปรงสั้นเลยเข่า เขาหลบตาเอื้อมหยิบแก้วเบียร์มาดื่มเพื่อกลบเกลื่อน ลังเกตชายคนนั้นยังมองฉันผ่านแก้ว เลยส่งยิ้มหวานจ๋อยให้พลางคิด เอาละวะต้องเอาเงินจากคนันี้แหละและได้ผลชะงัดเมื่อเขาถอนแก้วจากปากลงวางบนโต๊ะตายังมองที่ฉันเลยพยักหน้าเป็นเชิงให้มานั่งด้วยกันผู้นั้นท่าทางร้อนรนหยิบทั้งแก้วกับขวด

ขายบาร์โหนประกอบง่าย